• 1-banner.jpg
  • 2-banner.jpg
  • 3-banner.jpg
 

จำนวนผู้เข้าชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้191
mod_vvisit_counterเมื่อวาน900
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2517
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่ผ่านมา3593
mod_vvisit_counterเดือนนี้9602
mod_vvisit_counterเดือนนี้ผ่านมา16643
mod_vvisit_counterทั้งหมด293014

ผลลัพธ์ 1 - 10 จาก 77

บทความทั่วไป/บทความทั่วไป
Author:Administrator
เราอยากฟังคำหวาน ๆ เราอยากเห็นใบหน้าที่เปื้อน ยิ้ม ไม่มีใครต้องการติดต่อกับคนที่หน้ายักษ์หน้าบึ้งตึง แต่บางครั้งตัวเราเองกลับหน้าไม่รับแขกโดยไม่รู้ตัว ในเวลาที่หงุดหงิด เวลาที่เราไม่พอใจ เวลาที่เราเหนื่อย หรือเวลาที่เราโกรธ “รับน้ำอะไรดีคะ.ทานอะไรดีวันนี้.ผัดกระเพราหมูกรอบ.ต้มยำโป๊ะแตก…ดีมั้ยค่ะ รับรองเลย” ใบหน้า ยิ้ม แย้มแจ่มใส ต้อนรับดูแลแขกที่มารับประทาอาหารในร้านอย่างดี ส่งผลให้แขกเข้าร้านอย่างมากมาย บริการก็ได้รับการชมเชยและได้ค่าตอบแทนที่สูงกว่าคนอื่น ทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไป เนื่องจากเข้าใกล้แล้วสบายใจ เหนื่อยมาเห็นรอย ยิ้ม ก็ทำให้สดชื่นขึ้น “เมนู ค่ะ” บริการสาวอีกร้าน ยื่นรายการให้ลูกค้าด้วยใบหน้าจืดสนิท แล้วยื่นรอปิดไปปิดมา กระสับกระส่าย ราวกับอยากให้รีบสั่งได้รีบไป ไม่มีคำแนะนำทักทาย หรือแม้แต่สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด คือ “ยิ้ม” ร้าน นี้คนมาใช้บริการบางตา และไม่มีลูกค้าประจำ เจ้าของร้านก็ไม่สนใจที่จะพัฒนาปรับปรุงข้อด้อยของการบริการเลย ปัจจุบันร้านนี้ได้ปิดกิจการไปแล้ว สิ่ง ง่าย ๆ ไม่ต้องใช้พลังงานมาก ติดตัวเราอยู่ทุกที่ ไม่ต้องลงทุน ไม่มีอะไรเสียหายจะทำให้ลบกลายเป็นบวก ร้ายกลายเป็นดี เพิ่มลูกค้า เพิ่มความสัมพันธ์อันดีนั่นคือ การ “ยิ้ม” “ยิ้ม” กริยามหัศจรรย์ที่ทำให้ ใครร้อนใครผ่อนคลาย หนาวเหน็บกลับอบอุ่นเรื่องร้ายกลายเป็นดีแสดงถึงไมตรี ความเอื้ออาทร ความเป็นมิตร มิตรภาพ เมื่ออยู่ในร้านอาหาร ทำให้มื้อนั้นเป็นมื้อวิเศษที่สุด เมื่ออยู่ในวงเพื่อนทำให้มิตรภาพ ทวีคูณ เมื่ออยู่ในที่ทำงาน ทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ เมื่ออยู่ในสงคราม ทำให้สันติภาพเริ่มก่อขึ้น หมอ ยิ้ม เป็นที่รักชอบของคนไข้ เป็นที่รักของพยาบาล เป็นที่รักของเจ้าหน้าที่ทุกคนในโรงพยาบาล เป็นที่รักของคนทุกคนที่พบเห็นเพราะหมอ ยิ้ม ไม่เคยเบื่อหน่ายที่จะ ยิ้ม ไม่ว่าจะรู้จักกัน ไม่ว่าพยายาม ยามเครียด ยามไม่พอใจ หมอ ยิ้ม จะ ยิ้ม สู้ ดีไว้ก่อน ทำให้คนที่สัมผัสรู้สึกผ่อนคลาย รับรู้ถึงความเป็นมนุษยสัมพันธ์ที่ดีของหมอ แม้หมอจะเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่รอยยิ้มของหมอแทนคำพูดนับพัน เรา ให้อะไรกับใคร เรามักสิ่งนั้นตอบแทนเป็นสัจธรรม เราให้สิ่งที่ดี เราก็จะได้รับแต่สิ่งที่ดี เราให้สิ่งที่ร้ายเราก็จะได้รับสิ่งร้าย ๆตอบแทน ร้อย ยิ้ม เป็นสิ่งที่ เมื่อเราให้ ยิ้ม ไปหนึ่ง ยิ้ม ส่วนใหญ่จะได้รับจะตอบแทนทันที คือ ยิ้ม ตอบมา บางคนอาจได้สอง ยิ้ม สิ่งที่จาก ยิ้ม ที่เรามองไม่เห็นอีกมากมายตั้งแต่หัวใจยันสมอง ก่อให้เกิดความสุขที่เราสัมผัสได้ด้วยความรู้สึก นักสรีระวิทยาชาวฝรั่งเศษ ชื่ออิสราเอล เวนบอม ท่านบอกเอาไว้ว่า กล้ามเนื้อบนใบหน้าที่ใช้แสดงความรู้สึกต่างๆ ของร่างกายถ้าหากเราแสดงสีหน้า ยิ้ม ก็จะทำ ให้เกิดกิริยาเปลี่ยนแปลงทางเคมีของร่างกายในทางบวกเช่น หัวใจเต้นช้า ความดันเลือดลง ระบบต่าง ๆ ของร่างกายผ่อนคลาย นี่คือความมหัศจรรย์ของรอย ยิ้ม ที่เราไม่เห็นด้วยตา แต่สัมผัสด้วยใจ ดังนั้นเราหันมา ยิ้ม ดีกว่า เพราะ ยิ้ม สร้างสุขทั้งกายและใจ ผ่อนคลายความเครียดได้เป็นความสุขไม่ต้องซื้อหา ทุกซอกทุกมุมของสังคม ถ้ามีรอย ยิ้ม อยู่ที่นั่นจะก่อให้เกิดผลดีตามมามากมาย เริ่มที่ตัวเราสิค่ะ หัด ยิ้ม ตั้งแต่วันนี้ แก้เครียดด้วยรอย ยิ้ม แก้โกรธด้วยรอย ยิ้ม แก้ไม่พอด้วย ยิ้ม แก้หงุดหงิดรำคาญด้วยรอยยิ้ม แล้วที่ทำงานของคุณก็จะเป็นดินแดนแห่งความสดชื่อน ไม่ว่าจะเป็น ยิ้ม ยิ้ม กริ่มยิ้ม แฉ่ง ยิ้ม ย่อง ยิ้ม แย้ม ยิ้ม ละไม ยิ้ม หัว ยิ้ม แห้ง หรือ ยิ้ม แบบไหน ให้ ยิ้ม ไว้ถือเป็นหัวใจของการบริหารสร้างความสุขให้กับทุกคนนะคะ
อาทิตย์, 16 ตุลาคม 2011 | 14308 hits | พิมพ์ | PDF |  อีเมล | Report
ข้อมูลโรงเรียน/ข้อมูลโรงเรียน
Author:Administrator
ตราสัญลักษณ์ คือ รูปคบเพลิงส่องสว่าง มีชื่อโรงเรียนเป็นภาษาอาหรับ และภาษาไทยอยู่ใต้คบเพลิงสีประจำโรงเรียน ขาว – ฟ้า ขาว คือ ความบริสุทธิ์ของศาสนา ฟ้า คือ ความจงรักภักดีต่อศาสนาและประเทศอักษรย่อ ศ.น. ย่อมาจากคำว่า ศาสนูปถัมภ์ ปรัชญาโรงเรียน “ ปฏิบัติธรรม สมานสามัคดี เรียนดี มีวินัย ” ปฏิบัติธรรม หมายถึง เรียนรู้แล้วปฏิบัติจริง โรงเรียนเน้นวิชาศาสนาเป็นสำคัญ ให้นักเรียนเรียนรู้หลักการ ศาสนาอิสลาม แล้วปฏิบัติให้ถูกต้องเป็นกิจวัตร สมานสามัคคี หมายถึง บุคลากรทุกคนในโรงเรียนมีความรักความสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน อยู่กันฉันท์พี่น้อง เรียนดี หมายถึง โรงเรียนเน้นวิชาการเป็นกิจกรรมหลักทั้งวิชาศาสนาและวิชาสามัญ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีวินัย หมายถึง บุคลากรทุกคนในโรงเรียน มีวินัยพื้นฐาน เน้นการมาตรงต่อเวลา การรักษาความสะอาด การรักษาสาธารณสมบัติ การประหยัด ความซื่อสัตย์ อดทน และปฏิบัติตามระเบียบของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด คติพจน์โรงเรียน “ ความรู้เปรียบดังแสงสว่างส่องทางชีวิต ” วิสัยทัศน์โรงเรียน (VISION) ภาย ในปีการศึกษา 2555 โรงเรียนศาสนูปถัมภ์ มุ่งพัฒนาให้นักเรียนมีความรู้คู่คุณธรรม จริยธรรม ปฏิบัติตามหลักการศาสนาอิสลาม มีความสมานสามัคคี ใฝ่เรียนและมีวินัย ส่งเสริมประชาธิปไตย สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและมีสุขภาพดี มุ่งส่งเสริมพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนการสอน และระบบการบริหารงานบุคลากรแบบมีส่วนร่วม มีการจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ตลอดจนจัดหลักสูตรการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการที่หลากหลายของ ชุมชน ภารกิจโรงเรียน (MISSION) 1. มุ่งพัฒนานักเรียนมีความรู้คู่คุณธรรม จริยธรรม ปฏิบัติตามหลักการศาสนาอิสลาม มีความสมานสามัคคี ใฝ่เรียนและมีวินัย และความเป็นประชาธิปไตย 2. มุ่งพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนการสอน 3. มุ่งพัฒนาระบบการบริหารงานบุคลากรแบบมีส่วนร่วม 4. สนับสนุนการจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน 5. ส่งเสริมสนับสนุนการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการที่หลากหลายของชุมชน เป้าหมาย (Goal) ภารกิจที่ 1 มุ่งพัฒนานักเรียนมีความรู้คู่คุณธรรมจริยธรรม ปฏิบัติตามหลักการศาสนาอิสลาม มีความสามัคคี ใฝ่เรียนและมีวินัย และความเป็นประชาธิปไตย มีเป้าหมายดังนี้ 1. นักเรียนทุกระดับชั้นได้รับความรู้คู่คุณธรรม จริยธรรม และปฏิบัติตามหลักศาสนาอิสลาม 2. นักเรียนมีความสมานสามัคคี สามารถสื่อสาร คิดแก้ปัญหาใช้ทักษะชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภารกิจที่ 2 มุ่งพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนการสอน มีเป้าหมายดังนี้ 1. นักเรียนและบุคลากรทุกคนได้รับการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 2. มีข้อมูลสารสนเทศและงานวิจัยติดตามประเมินผลการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนการสอน ภารกิจที่ 3 มุ่งพัฒนาระบบการบริหารงานบุคลากรแบบมีส่วนร่วม มีเป้าหมายดังนี้ 1. อบรมบุคลากรไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมง/ปี 2. นักเรียนและบุคลากรใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนเพิ่มขึ้นร้อยละ 80 ในปี พ.ศ. 2555 3. บุคลากรทั้งหมดสอนตรงตามวุฒิภายในปี พ.ศ. 2555 4. พัฒนาระบบสหกรณ์โรงเรียนให้สมบรูณ์และมีประสิทธิภาพในปี พ.ศ. 2555 ภารกิจที่ 4 สนับสนุนการจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ของนักเรียน มีเป้าหมายคือ โรงเรียนมีอาคารปฏิบัติการ อาคารโภชนาการ และอาคารประกอบศาสนกิจที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ภารกิจที่ 5 ส่งเสริมสนับสนุนการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการที่หลากหลายของชุมชน คือ มีหลักสูตรท้องถิ่นในสถานศึกษา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หลัก สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้ อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลกดังนี้ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ 9. ปฎิบัติตนตามหลักศาสนาอิสลาม นโยบายของโรงเรียน 1. ส่งเสริมและพัฒนาด้านคุณธรรมและจริยธรรม 2. ส่งเสริมและพัฒนาความรู้ทางวิชาการทั้งด้านศาสนาและสามัญ 3. ส่งเสริมและพัฒนาการบริหารและองค์กร 4. ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพอนามัย 5. ส่งเสริมและพัฒนาด้านกิจกรรมและด้านบริการ วัตถุประสงค์การจัดตั้งโรงเรียน วัตถุประสงค์การจัดตั้งโรงเรียนนี้ มีดังนี้ 1. เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาติให้มีคุณภาพและคุณค่ายิ่งขึ้นทั้งทางด้านสติปัญญา ศีลธรรมและสังคม 2. ให้การศึกษาและประสบการณ์ในวิชาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับศาสนาอิสลามอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้นักเรียนนำความรู้และประสบการณ์นั้น ๆ ไปปฏิบัติได้ถูกต้อง ให้เกิดผลดีในการดำรงชีวิตตามหลักการศาสนา อิสลาม 3. ให้การศึกษาและประสบการณ์ในวิชาสามัญ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ในการศึกษาต่อ หรือประกอบอาชีพ 4. เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ในวิชาต่าง ๆ ที่สามารถนำไปเป็นรากฐานสำหรับการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม 5. เพื่อให้นักเรียนได้เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ
อาทิตย์, 16 ตุลาคม 2011 | 3628 hits | พิมพ์ | PDF |  อีเมล | Report
ข้อมูลโรงเรียน/ข้อมูลโรงเรียน
Author:Administrator
ผู้บริหาร นายอับดุลรอเซฟ แวมูซอ ผู้รับใบอนุญาต เรียบ จบปริญญาโททางด้านสาขา วรรณคดีภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยการาจี ประเทศปากีสถาน และประกาศนียบัตรชั้นสูงทางด้านการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง จากมหาวิทยาลัยวิคตอเรีย ประเทศนิวซีแลนด์ และมีประสบการณ์ในการสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 จนถึงปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2536 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้รับใบอนุญาตจนถึงปัจจุบัน การศึกษาดูงานและอบรม พ.ศ. 2527 ศึกษาดูงานที่ประเทศนิวซีแลนต์ พ.ศ. 2539 ศึกษาดูงานทางด้านการศึกษาที่โรงเรียนมหาวัชราวุธสงขลา พ.ศ. 2541 ผ่านการอบรมการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของโรงเรียนและ การประกันคุณภาพการศึกษา ณ โรงเรียนพิมานพิทยาสวรรค์ จังหวัดสตูล พ.ศ. 2543 ผ่านการอบรมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาคุณธรรมตามพระราชดำรัส เครื่องหมายเชิดชูเกียรติ 7 กุมภาพันธ์ 2529 ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ระดับจัตุรภาภรณ์ช้างเผือก การปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับสังคมและชุมชน พ.ศ. 2541 ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการการประเมินผลปฏิบัติงานของ ข้าราชการครู ให้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ 2 พ.ศ. 2542 ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการการตรวจสอบคุณภาพโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2543 ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการพิจรณาเลื่อนขั้นเงินเดือน ข้าราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ประจำปี 2543 พ.ศ. 2545 เป็นคณะทำงานร่างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2544 ในส่วนของวิชาศาสนาอิสลามร่วมกับคณะทำงานของเขตการศึกษา 2 นายอาฮามัดกาแม แวมูซอ ผู้อำนวยการ วุฒิการศึกษาและการศึกษาดูงานมีดังนี้ พ.ศ. 2516 จบชั้นประถม จากโรงเรียนชุมชนบ้านกรือเซะ พ.ศ. 2522 จบชั้นมัธยมศึกษา จากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอธารโต พ.ศ. 2531 จบระดับอุดมศึกษา จากสถาบันอิสลามแห่งชาติสุนันกาลีจาการ โยกการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย พ.ศ. 2539 ศึกษาดูงานอิหม่ามอาเซียน ที่ประเทศมาเลเซีย ประกาศเกียรติคุณ พ.ศ. 2536 ได้เข้ารับการอบรมสัมมนาผู้นำศาสนา (คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด) จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2541 ได้รับพระราชทานโล่รางวัล ในการคัดเลือกอีหม่ามที่มี ผลการปฏิบัติงานดีเด่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับสังคมและชุมชน พ.ศ. 2534 ได้รับคัดเลือกให้เป็นคณะกรรมการจัดทำคุตบะฮ. โครงการขยายผลการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคจังหวัดปัตตานี จากกระทรวงสาธารณสุข องค์การยูนิเซฟและสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี พ.ศ. 2539 ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการโรงเรียน ชุมชนบ้านกรือเซะ จากสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมืองปัตตานี พ.ศ. 2541 - 2543 ได้รับการคัดเลือกเป็นคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี พ.ศ. 2544 ได้รับเลือกให้เป็นอิหม่ามประจำมัสยิดนูรุลอิสลามบานา ปัจจุบัน เป็นวิทยากรในการจัดรายการวิทยุทางสถานี ในรายการเสียงสัจธรรม จังหวัดปัตตานีและทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 สงขลา คณะกรรมการบริหารสถานศึกษาขึ้นพื้นฐานของโรงเรียนศาสนูปถัมภ์1.นายอับดุลรอเซฟ แวมูซอผู้รับใบอนุญาตเป็นประธานคณะกรรมการ2.นายอับดุลกอเดร์ จาหลงผู้แทนผู้ปกครองเป็นกรรมการ3.นางรอซีดะห์ หะยีตาเฮร์ผู้แทนครูเป็นกรรมการ4.นายสุกรี แวมูซอแทนตำแหน่งผู้จัดการเป็นกรรมการ5.นายสาโรช จรจิตต์ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการ6.นายอุสมาน ดือราแมผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการ7.นายไซนี แวมูซอผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการ8.นายอาฮามัดกาแม แวมูซอผู้อำนวยการเลขานุการ
อาทิตย์, 16 ตุลาคม 2011 | 1734 hits | พิมพ์ | PDF |  อีเมล | Report
ข้อมูลโรงเรียน/หน่วยงานภายใน
Author:Administrator
ฝ่ายกิจการนักเรียนประกอบด้วย - งานแผนงานกิจการนักเรียน - งานกิจกรรมนักเรียน - งานปกครอง - งานแนะแนว - งานสาธารณสุข ขอบข่ายงาน ระเบียบการแต่งกายของนักเรียน การแต่งกายของนักเรียนชาย1.ทรงผมนักเรียนชายทุกคนต้องตัดผมสั้นโดยไว้ผมข้างหน้าและกลางศีรษะยาวไม่เกิน 7 ซม. และชายผมรอบศีรษะไม่ยาวเลยตีนผม และห้ามย้อมผมให้เป็นสีอื่น2.เสื้อนักเรียนทุกคนต้องใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้น ส่วนชั้นซานาวียะฮฺต้องใส่เสื้อแขนยาวโดยใช้ผ้าสีขาวล้วน  ไม่บางจนเกินไป ตัดพอเหมาะกับตัวโดยมีรายละเอียดดังนี้ - ผ่าอกตลอด มีสาบประมาณ 4 ซ.ม. ไม่มีจีบหลังใช้สำหรับนักเรียนชั้น ม.ต้น - สำหรับเสื้อแขนสั้นนั้น ปลายต้องไม่บานหรือลีบจนเกินไป - มีกระเป๋าติดตามแนวราวนมด้านซ้าย 1 กระเป๋า ขนาดพอเหมาะกับเสื้อ - อักษรย่อ ศ.น. เลขประจำตัวและ ชื่อ - สกุล ที่หน้าอกเสื้อด้านขวา ในระดับกระดุมเม็ดที่ 2 ตามแบบและขนาดที่โรงเรียนกำหนดและใต้อักษรย่อ ต้องปักเลขประจำตัว - เครื่องหมายทั้งหมด ต้องปักด้วยด้ายสีแดงเข้ม - ชายเสื้อต้องใส่ในกางเกงเสมอเมื่ออยู่ในชุดนักเรียน - นักเรียนที่ใส่เสื้อแขนยาว ต้องกลัดกระดุมปลายแขนเสื้อเมื่ออยู่ในชุดนักเรียน3.หมวกต้องใช้หมวกสีขาว ตามที่โรงเรียนกำหนด4.กางเกง- กางเกงขายาว ทรงสุภาพ สีดำ ห้ามใช้ผ้าแพร หรือยีนส์ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ - มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บข้างละ 1 กระเป๋า - ไม่เย็บ ติด ลวดลายหรือตราใด ๆ บนกางเกง - ปลายขากางเกง ไม่บานหรือลีบจนเกินไป - มีหูกางเกง ขนาดพอสอดเข็มขัดได้พอดี5.เข็มขัดต้องใส่เข็มขัดหนังสีดำ หัวเข็มขัดตราโรงเรียนที่ทำด้วยโลหะ6.ถุงเท้าถุงเท้าสีดำ ไม่มีลวดลาย หรือสีอื่นแทรก เวลาใช้ต้องดึงให้ตึง7.รองเท้าเป็นรองเท้าสีดำ ไม่มีลวดลายหรือสีอื่นแทรก หนังหรือผ้าใบก็ได้ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ - เป็นรองเท้าชนิดหุ้มส้น ห้ามใช้ชนิดหุ้มข้อเท้า - ถ้าใช้รองเท้าแบบผูกเชือก ต้องใช้เชือกสีดำ การแต่งกายของนักเรียนหญิง1.ทรงผมไว้ทรงผมโดยที่ด้านหลังไม่สั้นกว่าไหล่ทั้งสองข้าง มีรายละเอียดดังนี้ - ห้ามตัดผมแบบทรงผู้ชาย - ห้ามดัด ซอย หรือย้อมผมให้เป็นสีอื่น2.หน้าตา- ห้ามแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางต่าง ๆ - ห้ามทาเล็บ3.ผ้าคลุมศีรษะ- ผ้าคลุมศีรษะชั้นในเป็นสีดำหรือสีขาว - ผ้าคลุมศีรษะชั้นนอกเป็นสีขาวโดยมีความยาวให้คลุมไหล่ทั้งสองข้างเลยข้อศอก 2 นิ้ว - ปักอักษรย่อ ศ.น. เลขประจำตัวและ ชื่อ - สกุล ที่ผ้าคลุมศีรษะด้านขวา ตามแบบและขนาดที่โรงเรียนกำหนดและใต้อักษรย่อ ต้องปักเลขประจำตัว โดยเครื่องหมายทั้งหมดต้องปักด้วยด้ายสีแดงเข้ม - ติดเข็มกลัดตามที่โรงเรียนกำหนดด้านบนอักษรย่อ ศ.น.4.เสื้อใช้เสื้อกุโหร่ง ผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินไป ต้องมีกระดุมที่ปลายแขนเสื้อทั้ง 2 ข้าง และความยาว เลยเข่า 2 นิ้ว5.เสื้อคลุมนักเรียนหญิงที่เรียนศาสนาระดับมุตาวัซซีเฎาะฮ. ต้องมีเสื้อคลุมยาว สีเทาอ่อน6.กระโปรงตัดกระโปรงแม๊กซี่แบบธรรมดา ดังนี้ - ใช้ผ้าสีฟ้าเข้ม เนื้อเกลี้ยง ไม่บางจนเกินไป - ไม่มีจีบใด ๆ ความยาวถึงตาตุ่ม7.ถุงเท้าใช้ถุงเท้าสีขาว แบบยาว ไม่มีลวดลาย หรือสีอื่นแทรก เวลาสวมใส่ต้องดึงให้ตึง8.รองเท้าใช้รองเท้าหนัง หรือผ้าใบสีดำ ไม่มีลวดลาย หมายเหตุนักเรียนหญิงต้องตัดชุดนักเรียนที่โรงเรียนกำหนด 1 ชุด เพื่อเป็นตัวอย่างตามแบบฟอร์มของโรงเรียน ผ้าตัดกระโปรงต้องซื้อของโรงเรียน เพื่อจะได้สีของผ้าเป็นลักษณะเดียวกัน ระเบียบการลงโทษนักเรียน การลงโทษนักเรียน ผู้ลงโทษจะลงโทษได้ก็ต่อเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงชัดแจ้งว่าผู้นั้นได้กระทำผิดและสมควรถูกลงโทษ การลงโทษนักเรียนที่กระทำความผิดมี 5 สถาน ดังนี้1. การว่ากล่าวตักเตือน ใช้สำหรับนักเรียนที่ได้กระทำความผิดไม่ร้ายแรง และในเมื่อหัวหน้าสถานศึกษาหรือครู – อาจารย์ เห็นว่าเหมาะสมและจะได้ผลดี เช่น การแต่งกาย, มาสาย, ไม่เข้าเรียน, ตัดคะแนน 50 คะแนน 2. การทำกิจกรรม ใช้สำหรับกรณีที่นักเรียนกระทำผิดระเบียบวินัยของสถานศึกษาหรือศีลธรรมอันดี หรือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้นักเรียนคนอื่น ประพฤติปฏิบัติตาม 3. การทำทัณฑ์บน พิจารณาลงโทษนักเรียนที่ประพฤติไม่สมควรแก่สภาพนักเรียน ในกรณีที่ทำให้สถานศึกษาเสียชื่อเสียงเกียรติยศของสถานศึกษา หรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษาอย่างร้ายแรง หรือได้รับโทษอย่างอื่นแล้วแต่ยังไม่เข็ดหลาบให้ทำทัณฑ์บนไว้เป็นหลักฐาน และเชิญผู้ปกครองบิดามารดาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บนไว้ด้วย 4. การสั่งพักการเรียน ให้หัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาสั่งพักการเรียน ในกรณีที่นักเรียนประพฤติไม่สมควรแก่สภาพนักเรียน ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา หรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษาอย่างร้ายแรงหรือเคยถูกทำทัณฑ์บนมาแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ 5. การให้ออก นักเรียนคนใดประพฤติตนไม่สมควรแก่สภาพนักเรียน ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษา หรือประพฤติผิดศีลธรรม จนเป็นที่เห็นได้ว่าถ้าให้อยู่ในสถานศึกษาต่อไป จะทำให้เสื่อมเสียงชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ หรือจะเป็นเหตุให้ระเบียบวินัยหรือศีลธรรมอันดีของนักเรียนคนอื่นพลอยเสื่อมเสีย ให้หัวหน้าสถานศึกษาออกหลักฐานแสดงผลการเรียนให้นักเรียนผู้นั้นออกไป ระเบียบการควบคุมความประพฤติของนักเรียน เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ประพฤติตนในทางที่ถูกที่ควรตามระเบียบ กฎข้อบังคับของโรงเรียนและปฏิบัติตามหลักการของศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด โรงเรียนจึงได้ออกระเบียบในเรื่องนี้ดังต่อไปนี้ 1.  คะแนนควบคุมความประพฤติมี 100 คะแนนต่อ 1 ปีการศึกษา 2.  นักเรียนคนใดฝ่าฝืนระเบียบใด ๆ ของโรงเรียน และเมื่อมีการลงโทษหรือหักคะแนน นักเรียนต้องลงชื่อรับทราบทุกครั้ง 3.  อัตราการหักคะแนนมีดังนี้ 3.1  เสพยาเสพติด ดื่มสุราหรือของมึนเมา หรือชู้สาว หักคะแนน  100   คะแนน 3.2  เล่นการพนัน ลักทรัพย์ผู้อื่น หักคะแนน 100   คะแนน 3.3  พกพาอาวุธ หรือมีวัตถุระเบิดครอบครอง หักคะแนน  100   คะแนน 3.4  แสดงกิริยาวาจาไม่เหมาะสมต่อครูอาจารย์ หักคะแนน 50   คะแนน 3.5  ทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนหรือสาธารณะ หักคะแนน  50   คะแนน เมื่อรู้ตัวแล้วต้องชด 2 เท่ากับสิ่งของที่เสีย 3.6  ทะเลาะหรือชักชวนบุคคลภายนอกมาทะเลาะวิวาท หักคะแนน  50   คะแนน 3.8  ไม่ละหมาด ไม่ถือศีลอด หักคะแนน  50   คะแนน 3.9  พูดจาหยาบคายหรือส่งเสียงดังในห้องเรียน หักคะแนน  50   คะแนน 3.7  หลบหนีการเรียน หักคะแนน  30   คะแนน 3.10  ผมยาว แต่งกายไม่ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียน หักคะแนน  20   คะแนน 3.11  ไม่ทำเวร ไม่รักษาความสะอาดบริเวณโรงเรียน หักคะแนน  20   คะแนน 3.12  สูบบุหรี่ในเครื่องแบบนักเรียน หักคะแนน 20      คะแนน 3.13  มาโรงเรียนสาย หักคะแนน 10   คะแนน 3.14  ความผิดอื่น ๆ ที่ครูอาจารย์เห็นว่าควรตักเตือนและหักคะแนน 4.  การหักคะแนนความประพฤติ อาจจะทำควบคู่กับการลงโทษอย่างอื่น5.นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติถึงคะแนนทางโรงเรียนจะให้นักเรียนทำกิจกรรมพิเศษ และทางโรงเรียนจะแจ้งให้ผู้ปกครองทราบเพื่อหาทางแก้ไข6.นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติถึงคะแนนทางโรงเรียนจะให้นักเรียนทำกิจกรรมพิเศษ และทางโรงเรียนจะเชิญผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บนนักเรียนไว้7.  นักเรียนคนใดถูกหักคะแนนครบ 100 คะแนน โรงเรียนจะเชิญผู้ปกครองมารับทราบและลงโทษนักเรียนคนนั้นโดย “ให้ออก”8.นักเรียนที่ทำความผิดและถูกตัดคะแนน ให้งานกิจการนักเรียนบันทึกรายการและแจ้งให้นักเรียนทราบและลงชื่อรับทราบทุกครั้ง และแจ้งให้ผู้ปกครองทราบตามโอกาส 9.ครู – อาจารย์ทุกท่านมีสิทธิตัดคะแนนความประพฤติและลงโทษนักเรียนได้ โดยแจ้งให้หัวหน้างานกิจการนักเรียนทราบ แนวปฏิบัติเวลาเรียนและการอยู่ร่วมกันของนักเรียน 1. การมาเรียน 1.1 ภาคเรียน - ภาคเรียนที่ 1 เปิดเรียนตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม ถึงวันที่ 10 ตุลาคม - ภาคเรียนที่ 2 เปิดเรียนตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 31 มีนาคม 1.2 เวลาเรียน - วันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 16.30 น.2. วันหยุด2.1  วันปิดภาคเรียนที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม ถึง วันที่ 31 ตุลาคม 2.2 วันปิดภาคเรียนที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2.3 วันหยุดประจำสัปดาห์ คือ วันศุกร์และวันเสาร์ 2.4  วันหยุดตามวันหยุดราชการประจำปี 2.5 วันหยุดตามวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม ซึ่งมีดังนี้ - วันอิดิลฟิตรี - วันอิดิลอัฎฮา - วันที่ 1 มุฮะรอม วันขึ้นปีใหม่ทางศาสนาอิสลาม - วันมาวลิด วันคล้ายวันประสูติของศาสดามูฮำหมัด ซ.ล. - วันเมียะหราจ - วันนูซูลกุรอาน - 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน3.การลากิจและลาป่วย3.1  นักเรียนต้องยื่นใบลาที่มีลายมือชื่อของผู้ปกครองจริงพร้อมบัตรลาต่อครูใหญ่หรือผู้ทำหน้าที่แทน 3.2 ในกรณีที่ลาป่วยย้อนหลัง ผู้ปกครองต้องมาแจ้งลาย้อนหลังด้วยตนเองต่อครูใหญ่หรือผู้ทำหน้าที่แทน4.การขาดเรียน4.1  ถ้านักเรียนเข้าห้องเรียนสายถือว่าขาดเรียน 4.2 การหนีเรียนถือว่าขาดเรียน 4.3  นักเรียนที่ขาดเรียน 5 วัน โรงเรียนจะติดต่อสอบถามผู้ปกครองทันที ถ้าผู้ปกครองไม่มาติดต่อกับโรงเรียนภายใน 10 วันนับตั้งแต่วันที่นักเรียนขาดเรียน โรงเรียนจะจำหน่ายนักเรียนคนนั้นทันที ด้วยสาเหตุ “ไม่สมัครใจเรียน”5.ระเบียบสังคม5.1 ห้ามนักเรียนพกพาโทรศัพท์มือถือเข้ามาใช้ในโรงเรียน 5.2  ห้ามนักเรียนสวมของมีค่าและเครื่องประดับทุกชนิด ยกเว้นสร้อยเงิน และนาฬิกาข้อมือ 5.3  ห้าม นักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่มีใบอนุญาตจากทางโรงเรียนช่วงเวลาที่มี การเรียนการสอนหากมีความจำเป็นให้ผู้ปกครองแจ้งให้ทางโรงเรียนรับทราบ 5.4 ห้ามนักเรียนนำเงินมาโรงเรียนเกินความจำเป็น หรือนำมาเพื่อการเล่นแชร์ในโรงเรียนเพราะปรากฏว่าในช่วงที่ผ่านมา มีคดีลักขโมยเงินและของมีค่าอื่นๆ หลายครั้ง 5.5  ขอความร่วมมือให้ผู้ปกครองช่วยดูแลการแต่งกายและทรงผม ก่อนนักเรียนเดินทางมาโรงเรียนให้ถูกตามกฎระเบียบของโรงเรียนด้วย6.การใช้รถส่วนตัวมาโรงเรียนนักเรียนคนใดมีความประสงค์นำรถจักรยาน หรือรถจักรยานยนต์มาโรงเรียนให้ปฏิบัติดังนี้ 6.1  ต้องนำรถไปจอดในที่ที่ทางโรงเรียนกำหนดอย่างมีระเบียบเรียบร้อยและใส่กุญแจเพื่อความปลอดภัย และห้ามนักเรียน ม.1 และม. 2 นำรถจักรยานยนต์มาโรงเรียน เพื่อความปลอดภัยแก่นักเรียน 6.2 ในบริเวณโรงเรียนห้ามขับขี่ให้จูงออกพ้นเขตประตูโรงเรียนจึงจะขับขี่ได้ 6.3 นักเรียนไม่ปฏิบัติตามที่โรงเรียนกำหนด ให้ลงโทษห้ามนำรถมา 1 สัปดาห์ ถ้าฝ่าฝืนอีกห้ามนำรถมาโรงเรียน 1 ภาคเรียน คณะกรรมการนักเรียน คณะกรรมการนักเรียนเป็นคณะทำงานที่ช่วยเหลืองานกิจกรรมนักเรียนของโรงเรียน โดยมีคุณสมบัติและหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้ 1. คุณสมบัติ 1.1 คณะกรรมการทุกคนต้องเป็นนักเรียนโรงเรียนศาสนูปถัมภ์ 1.2 คณะกรรมการนักเรียนอยู่ในความดูแลของผู้อำนวยการโรงเรียนศาสนูปถัมภ์ 1.3 การเลือกประธานกรรมการนักเรียนจะดำเนินการโดยฝ่ายกิจการนักเรียนด้วยความเห็นชอบของผู้อำนวยการ 1.4 ภายในเดือนพฤษภาคมของทุกปีการศึกษา จะมีการเลือกประธานและกรรมการนักเรียน 1.5 ประธานกรรมการนักเรียนจะเป็นผู้เลือกและแต่งตั้งคณะกรรมการนักเรียนด้วยเห็นชอบของผู้อำนวยการ 1.6 คณะกรรมการนักเรียนอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 1 ปีการศึกษา 1.7 คณะกรรมการนักเรียนจะสิ้นสุดในตำแหน่ง หลังจากมีการเลือกคณะกรรมการใหม่ในปีถัดไป 2. ตำแหน่งต่าง ๆ ของคณะกรรมการนักเรียน มีดังนี้ 2.1 ประธานคณะกรรมการนักเรียน 2.2 รองประธานคณะกรรมการนักเรียน คนที่ 1 นักเรียนชาย 2.3 รองประธานคณะกรรมการนักเรียน คนที่ 2 นักเรียนหญิง 2.4 เลขานุการ 2.5 เหรัญญิก 2.6 งานประชาสัมพันธ์ 2.7 งานกีฬาและพลานามัย 2.8 งานกิจกรรมนักเรียน 2.9 งานความสะอาด 3. หน้าที่ 3.1 เป็นผู้ช่วยครูในการดำเนินการกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน เช่น ตัรวีกและกาตีบะห์ เป็นต้น 3.2 ดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยเวลาเข้าแถวและละหมาด 3.3 ประเมินการทำความสะอาดชั้นเรียน 3.4 จัดเก็บเงินบริจาคด้วยเห็นชอบของผู้อำนวยการ 3.5 จัดทำรายงานการปฏิบัติงานสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ที่โรงเรียนได้จัดขึ้น  
อาทิตย์, 16 ตุลาคม 2011 | 1687 hits | พิมพ์ | PDF |  อีเมล | Report
ข้อมูลโรงเรียน/ข้อมูลโรงเรียน
Author:Administrator
โรงเรียนศาสนูปถัมภ์  ตั้งอยู่ที่ 35 หมู่ที่ 2 ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ   โรงเรียนศาสนูปถัมภ์  ในอดีตคือปอเนาะบานา ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2470  โดยมีนายหะยีอับดุลรอซีด บินหะยีอิสมาอิล เป็นโต๊ะครูคนแรกและมีที่ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านบานา   พ.ศ. 2472  ได้ย้ายสถานที่ตั้งมาอยู่ที่บ้านเลขที่ 35 ตำบลบานา จนถึงปัจจุบันนี้  ซึ่งที่ตั้งแห่งใหม่นี้มีนายหะยีมุสตอฟา แวมูซอ  เป็นผู้สืบทอดการดำเนินงานปอเนาะบานา         ต่อมาเมื่อกระทรวงศึกษาธิการได้ออกพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งปอเนาะขึ้นในปี พ.ศ. 2503 จึงได้ ขอ อนุญาตจัดตั้งปอเนาะขึ้นพร้อม ๆ กับการเปลี่ยนสภาพเป็น  “โรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม”  โดยโรงเรียนได้เปิดทำการสอนวิชาศาสนาอิสลาม ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 – 4  และเปลี่ยนผู้รับใบอนุญาตเป็นนายหะยียูโซฟ  แวมูซอ   พ.ศ. 2504  โรงเรียนได้ขออนุญาตเปิดสอนวิชาสามัญควบคู่กับวิชาศาสนา ตามหลักสูตรการศึกษาผู้ใหญ่ระดับ  1 - 2  (เทียบเท่าประถมปีที่ 4 )  มีนักเรียนทั้งหมด  94  คนและในจำนวนนี้มีนักเรียน 40 คนที่เรียนวิชาศาสนาควบคู่กับวิชาสามัญ  โดยมีอาคารเรียนหลังแรกซึ่งเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว  6  ห้องเรียน   พ.ศ. 2511  โรงเรียนได้ขออนุญาตขยายชั้นเรียนวิชาสามัญถึงระดับ 3 (เทียบเท่าประถมปีที่ 7)  มีนักเรียน     ทั้งหมด  200  คน  โดยเรียนวิชาศาสนาและสามัญจำนวน  120  คน  และเปลี่ยนชื่อโรงเรียนจากเดิม  ”โรงเรียนศาสน์อุปถัมภ์”  เปลี่ยนเป็น   “โรงเรียนศาสนูปถัมภ์”   พ.ศ. 2514  ได้ขออนุญาตขยายชั้นเรียนวิชาศาสนาถึงชั้นปีที่ 10 และเปลี่ยนหลักสูตรวิชาสามัญ  จากหลักสูตรการศึกษาผู้ใหญ่มาเป็นหลักสูตรประถมศึกษาตอนปลาย และหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  พ.ศ.  2503  โดยมีจำนวนนักเรียนที่เรียนทั้งวิชาศาสนาและสามัญจำนวน  140  คน   พ.ศ. 2515  โรงเรียนได้ก่อสร้างอาคารเรียนเพิ่มขึ้นอีก  2  หลังเป็นอาคารเรือนไม้ชั้นเดียว   มีห้องเรียนทั้งหมด  10  ห้องเรียน   พ.ศ. 2520  ได้ขออนุญาตเปลี่ยนหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น  พ.ศ. 2503  มาใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น  พ.ศ.  2521  และเริ่มใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา  2521  เป็นต้นไป   พ.ศ. 2522  ได้ขออนุญาตขยายชั้นเรียนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พ.ศ. 2518  โดยรับนักเรียนเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 2 ห้องเรียน  แผนการเรียนภาษาอังกฤษ - คณิตศาสตร์   พ.ศ. 2523  โรงเรียนได้ขออนุญาตเปลี่ยนหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พ.ศ. 2518 มาเป็น หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พ.ศ. 2524 และได้เปลี่ยนหลักสูตรวิชาศาสนามาเป็นหลักสูตรอิสลามศึกษาระดับตอนต้น (อิบตีดาอียะฮฺ)  ตอนกลาง (มุตะวัซซีเฏาะฮฺ) และตอนปลาย (ซานาวียะฮฺ) พ.ศ. 2523   พ.ศ. 2526  เริ่มสร้างอาคารเรียนถาวรเป็นอาคารคอนครีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น 1 หลังจำนวน 24 ห้องเรียน   พ.ศ. 2530  โรงเรียนได้ขออนุญาตเพิ่มแผนการเรียนสำหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายอีก 1 แผน คือ  แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์   พ.ศ.  2533  โรงเรียนเปลี่ยนหลักสูตรวิชาสามัญทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและปลาย มาใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย พ.ศ.  2521 และ  2524 (ฉบับปรับปรุง  พ.ศ.  2533)         พ.ศ. 2540  ได้ขอนุญาตสร้างอาคารเรียนถาวรเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก  2 ชั้น 1 หลัง  จำนวน 20 ห้องเรียน   พ.ศ. 2545  ได้ขออนุญาตต่อเติมอาคาเรียน 1 ชั้นที่ 4  จำนวน 7 ห้องเรียน   พ.ศ. 2547  ได้ขออนุญาตสร้างอาคารใหม่แทนอาคารเก่าด้านทิศตะวันออก  เป็นอาคาร 3 ชั้น ใช้เป็นห้องประชุมและห้องเรียนจำนวน 10 ห้องเรียน   ปัจจุบันโรงเรียนศาสนูปถัมภ์ได้จัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรแกนกลางการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรอิสลามศึกษา พุทธศักราช 2546
อาทิตย์, 16 ตุลาคม 2011 | 1399 hits | พิมพ์ | PDF |  อีเมล | Report
ผลงานคนเก่ง/ผลงานคนเก่ง
Author:Administrator
นายฟิตตรี ซีเดะ ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในคณะสหเวชศาสตร์ สาขาวิชาเอกกายภาพบำบัด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (โควตา 5 จังหวัดภาคใต้ จุฬา) ประจำปีการศึกษา 2554
อาทิตย์, 16 ตุลาคม 2011 | 1253 hits | พิมพ์ | PDF |  อีเมล | Report
ข้อมูลโรงเรียน/หน่วยงานภายใน
Author:Administrator
ฝ่ายบุคลากร ประกอบด้วย - งานแผนงานบุคลากร - งานพัฒนาบุคลากร - งานปกครองบุคลากร - งานสวัสดิการบุคลากร ทำเนียบผู้บริหารโรงเรียนในปัจจุบัน1. นายอับดุลรอเซฟ   แวมูซอ     เป็นผู้รับใบอนุญาต 2. นายอาฮามัดกาแม   แวมูซอ    เป็นผู้อำนวยการและผู้จัดการ มารู้จักผู้บริหารของโรงเรียนศาสนูปถัมภ์ 1. นายอับดุลรอเซฟ แวมูซอ ผู้รับใบอนุญาต เรียบจบปริญญาโททางด้านสาขาวรรณคดีภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยการาจี ประเทศปากีสถาน และประกาศนียบัตรชั้นสูงทางด้านการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง จากมหาวิทยาลัยวิคตอเรีย ประเทศนิวซีแลนด์ และมีประสบการณ์ในการสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 จนถึงปัจจุบัน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้รับใบอนุญาตในปี พ.ศ. 2536 จนถึงปัจจุบัน การศึกษาดูงานและอบรม พ.ศ. 2520             ดูงานที่ประเทศอังกฤษ พ.ศ. 2527             ศึกษาที่ประเทศนิวซีแลนด์ (Dip.TESL) พ.ศ. 2539            ศึกษาดูงานทางด้านการศึกษาที่โรงเรียนมหาวชิราวุธสงขลา พ.ศ. 2541             ผ่านการอบรมการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของโรงเรียนและ การประกันคุณภาพการศึกษา ณ โรงเรียนพิมานพิทยาสวรรค์ จังหวัดสตูล พ.ศ. 2543             ผ่านการอบรมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาคุณธรรมตามพระราชดำรัส เครื่องหมายเชิดชูเกียรติ 7 กุมภาพันธ์ 2529                  ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ระดับจัตุรภาภรณ์ช้างเผือก 2. นายอาฮามัดกาแม แวมูซอ ผู้อำนวยการและผู้จัดการ วุฒิการศึกษาและการศึกษาดูงานมีดังนี้ พ.ศ. 2516             จบชั้นประถม จากโรงเรียนชุมชนบ้านกรือเซะ พ.ศ. 2542             จบชั้นมัธยมศึกษา จากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอธารโต พ.ศ. 2531             จบระดับอุดมศึกษา จากสถาบันอิสลามแห่งชาติสุนันกาลีจากา โยกยาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย พ.ศ. 2539             ศึกษาดูงานอิหม่ามอาเซียน ที่ประเทศมาเลเซีย ประกาศเกียรติคุณ พ.ศ. 2541             ได้รับพระราชทานโล่รางวัล ในการคัดเลือกอีหม่ามที่มี ผลการปฏิบัติงานดีเด่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2536             ได้เข้ารับการอบรมสัมมนาผู้นำศาสนา (คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิด) จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวนนักเรียนและบุคลากรของโรงเรียน จำนวนนักเรียนที่เรียนวิชาศาสนาและสามัญในปีการศึกษา 2554 มีทั้งหมด 1,729 คน   จำแนกจำนวนตามชั้นเรียนได้ดังนี้   (ข้อมูลเดือนมีนาคม 2554) ม. 1       8           ห้องเรียน                  จำนวน    349      คน ม. 2       8           ห้องเรียน                  จำนวน    304      คน ม. 3       9          ห้องเรียน                   จำนวน    341       คน ม. 4       6          ห้องเรียน                   จำนวน    237       คน ม. 5       6          ห้องเรียน                   จำนวน    250       คน ม. 6       6          ห้องเรียน                   จำนวน    247       คน จำนวนนักเรียนเรียนวิชาศาสนาอย่างเดียว   จำนวน  45   คน จำนวนบุคลากรทั้งหมด   132 คน ประกอบด้วยฝ่ายบริหาร  2 คน ฝ่ายปฏิบัติการสอนoข้าราชการครู/พนักงานราชการครู  3 คน oครูสามัญ  60 คน oครูศาสนา 58 คนฝ่ายสนับสนุนการสอน  8 คน นักการภารโรง  5   คน รายนามบุคลากรของโรงเรียน บุคลากรสาระการเรียนรู้ภาษาไทย นางสาวนูรีซัน เจ๊ะอีซอ                        หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ นางแวอานีตา ดือราโก๊บ นางสาวแวเซาดะห์ มามะ นางสาวสมร   ญาณหาร นางสาววีรญา   กัมมารบุตร นางวารุณี   หะยีมา นางสาววนิดา ขุนวิทาม นางสาวฟารีดา ยะโดะ บุคลากรสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ นายสูบายดี แวกะจิ                             หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ นางแวสนะ   นราสกุลภักดิ์ นายศุทธวีร์ อิหม่ำเหม นางอะริมา   มะลี นางสาวอาอีด๊ะ มะ นางสาวนูรีฮา อาแวบืซา นางสาวซูฮาดา หลี นางสาวซารีนา ดือเระ นางสาวรอบีอะห์ หะยีนาแว นางสาวนาบีละห์ หะยีตาเฮร์ นางสาวนิดา มามะ บุคลากรสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ นางนูรอยซัน     แวสาแล                     หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ นายฮามะ   มะแซ นางสาวซากัรมา สาและ นางมะฮ์กลือซง มัสปอ นางสาวนาดียะห์   กีโต๊ะ นางสาวแก้วอารี อัตเส็น นางสาวอัสมา ดอเลาะ นางสาวมาตีเตาะ สุหลง นางสาวนูร์อีมาน มุเสะ บุคลากรสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม นางสาวเจะรอเมาะ   เจะอูมา              หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ นางกอยานะห์   แวเตะ นายสือหายมิง เจะหะ นายนิโรจน์   มุกาวี นางเจะรอฮายัน   เจ๊ะแว นางสาวมูรณี   มะมิง นายเวคินทร์ กลิ่นหอม บุคลากรสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา นายมะลีเป็ง   อารง                              หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ นายวีรศักดิ์   พิทักษ์สันติกุล นายอดุลย์ ขุนขินทธ์ นางเจ๊ะรอพีอ๊ะ   เจ๊ะอุเซ็ง นายประสาน   ลีวัน นายแวรูสลัม แวอาลี บุคลากรสาระการเรียนรู้ศิลปะ นางกรรณิกา กระแสร์สุนทร                               หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ นายมนูญ   แวสมาย นายมูฮำหมัดอาดัม สิเดะ บุคลากรสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี นางฮาซีซะห์   อาแว                              หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ นายสุกรี แวมูซอ นายคอดาฟี   หะยีตาเฮร์ นายมูฮำหมัดฟิตตรี มามุ นางนารีมัลย์   แวหะยี นางสาวมารียะห์ สามือลา นางสาวนิซาน๊ะห์ นิเซ็ง บุคลากรสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ นายวันฮาซัน เจะเตะ                           หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ นายอิสมาแอ ยูโซะหัว นางวิจิตรา   เจ๊ะโมง นางสาวฟาตีฮะ ปุเต๊ะอาแล นายแวอาแซ มะ นางซากีเราะห์ โต๊ะอิซอ นางสาวซูฟัยดา แวดือรามัน นางสาวตอยอีเราะห์ อาแว บุคลากรสาระการเรียนรู้อัลอากีดะห์ นายอิบรอเฮ็ม บอเหาะ                       หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ นายมือเราะ   อารง นายเซ็ง สามะ นายฮามะ แลแร นายอับดุลเลาะ สาแล นายซูไฮมี สตาปอ นางรอซีดะห์ หะยีตาเฮร์ นางแวนูรียะห์ สะแลหมัน นางรอซีดะห์ แวสะแม นางฟายดา บินอูเซ็น นายฮาริส มะดง บุคลากรสาระการเรียนรู้อิสลามศึกษา นายอูเซ็ง บราเฮง                                 หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ นายซานูรดิง สิเดะ นายดอเลาะ แวสะมาแฮ นายดือราแม สาและ นายอับดุลเลาะ แวโดยี นายเจ๊ะสุไลมาน บาโงสะตา นายนูรเด่น แวสะแม นางรอกีเยาะ ดาตู นางแวเมาะ แวเดร์ นายอับดุลเลาะ   ตาเละ นางสาวมัยยัน เจะสอเหาะ บุคลากรสาระการเรียนรู้ภาษาอาหรับ นายนิอายิด นิและ                                               หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ นายมะรีเพ็ง บอเหาะ นายยีสะอิ อาบู นายแวอูเซ็ง โต๊ะนาฮุน นายมะรอยาลี สตาปอ นายสุกรี วาแม นายอาหมัดสุกรี แมนจิ นายอับดุลกอเด จาหลง นายอับดุลเลาะ สาเล็ง นางสาบีเร๊าะ มะมิง นางสาวเจะอิซซาห์ หะยีสะแม นางสาวยามีเลาะห์ โชคเกื้อ นางสาวรอปีอะห์ เจ๊ะสะนิ นายแวอุสมาน แวอาลี นางสาวบัดรียะห์   หะยีฮาระสะ บุคลากรสาระการเรียนรู้ภาษามลายู นายสุดิน มูเหล็ม                                  หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ นายอิสมาแอ เจ๊ะเด็ง นายนิมูฮำหมัด นิเดร์หะ นางเจ๊ะมาตูเราะ แวมูซอ นางสาวแวเฟาซียะห์ แวอาลี นางสาวฟัครียะห์ เจะและ นางนารีดะห์ มามุ นางรอกีเยาะ อิสาเฮาะ นางปาตีเมาะ สาแลมะ บุคลากรสาระการเรียนรู้อัลกุรอาน นายอาสะอารี แยนา                           หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ นายแวมามุ แวอาลี นายอัดนัน อับดุลคอนี นายอาแว   ปูเต๊ะ นายนาฮาดี ยูโซะ นางห้าลิม๊ะ แวมูซอ นางสาวซามีย๊ะ โตะ นางฟาอียะห์ แวดือเระ บุคลากรสนับสนุนการสอน นางรอฮีนา กลิ่นหอม นางซูนัยดัส ไซอาแซ นางนาตือเร๊าะ แวอาลี นางปริศนา   นิยมเดชา นางสาวมารีแย โตะ นายอนิรุทธิ์ โตะโกะ นายวาลีด เจะอารง นางสาวอัสมาอ์ หะยีตาเฮร์ นางสาวมาสีเต๊าะ ดอเลาะ นักการภารโรง 5 คน คือ นายยูโซะ อาลี                              หัวหน้างาน นายยูโซะ   อาลี นายกอเซ็ง อุเซ็ง นายมุสตอฟา บูงาตันหยง นายอับดุลรอแม อาบูลี
อาทิตย์, 16 ตุลาคม 2011 | 1236 hits | พิมพ์ | PDF |  อีเมล | Report
ผลงานคนเก่ง/ผลงานคนเก่ง
Author:Administrator
นาง สาวฟัตเมาะห์ เจ๊ะซามะ ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จังหวัดนราธิวาส (รูปซ้าย) นางสาวนูรียะห์ การี ได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในคณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดยะลา ขวา (รูปขวา)
อาทิตย์, 16 ตุลาคม 2011 | 1176 hits | พิมพ์ | PDF |  อีเมล | Report
Home/ปฏิทินโรงเรียน
Author:Administrator
อาทิตย์, 13 พฤษภาคม 2012 | 1144 hits | พิมพ์ | PDF |  อีเมล | Report
บทความศาสนา/บทความศาสนา
Author:Administrator
การแยกระหว่างชายหญิง เรื่อง นี้เราจะสังเกตได้จากหลาย ๆ เหตุการณ์ในอิสลาม เช่นการละหมาด ซึ่งจะต้องแยกหญิงชาย ทั้ง ๆ ที่ในขณะละหมาดมุสลิมีนและมุสลิมะฮฺอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยที่สุด ไม่มีใครคิดถึงเรื่องความสวยงามเรื่องผู้หญิงผู้ชาย แต่อัลลอฮฺตะอาลาก็ยังยืนยันให้แยกระหว่างหญิงชายในกรณีที่บริสุทธิ์ที่สุด นี้ ซึ่งบ่งบอกว่านี่เป็นสภาพที่เราจะต้องนำมาปฏิบัติในการดำเนินชีวิตและใน สังคมทั่วไป ท่าน นบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ย้ำเรื่องเหล่านี้ โดยระบุไว้อย่างชัดเจนในบทฮะดีษ -- "กลุ่มส่วนตัวของสุภาพสตรี จงอย่าเข้าไปยุ่งกับพวกนาง" -- เพื่อไม่ให้เกิดฟิตนะฮฺในสังคมจากการปะปนกันระหว่างชายและหญิง แม้กระทั่งในเครือญาติหรือในครอบครัวเดียวกัน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ยืนยันอย่างเข้มงวด หลังจากที่ท่านนบีสั่งให้แยกระหว่างชายและหญิง มีชายหนึ่งถามท่านนบีว่า "โอ้ท่านร่อซูล แล้วส่วนเครือญาติ (เช่น ลูกพี่ลูกน้อง)ที่จะมาเข้าบ้าน จะเข้ามาอยู่ในหมู่ผู้หญิงได้ไหม?" ท่านนบีตอบว่า "เครือญาติ (ที่ไม่ใช่มะหฺรอมที่เข้ามาในหมู่ผู้หญิงโดยไม่มีสิทธิ) นั่นคือความตาย" -- หมายถึงว่านั่นคือความหายนะที่เราต้องระมัดระวัง ซึ่งศาสนาบัญญัติให้แยกชายหญิงในหมู่เครือญาติหรือใครก็ตาม ทั้งในที่สาธารณะ เช่น ห้องเรียน รถแท็กซี่ รถเมล์ ฯลฯ และในที่ส่วนตัวเช่น ผู้หญิงนั่งอยู่ด้วยกัน 4-5 คน ผู้ชายคนเดียวจะเข้าไปนั่งร่วมอยู่ด้วยไม่ได้ ท่านนบีไม่อนุญาต หรือกรณีที่ผู้หญิงอยู่บ้านคนเดียว ผู้ชายที่เป็นพี่น้องเครือญาติของสามีของนางจะเข้ามานั่งร่วมกับนางไม่ได้ การแยกระหว่างชายและหญิงในการทำงานชมรมมุสลิม การที่เราเรียกตัวเองว่าเป็น ชมรมมุสลิม ก็หมายถึงว่าเป็นชมรมสำหรับมุสลิม กาเฟรที่จะเข้ามาทำงานกับเราก็ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว ที่เรามารวมตัวเพราะเราเป็นมุสลิม และอยากจะยืนหยัดในการแสดงตัวว่าเป็นมุสลิม ถ้าหากว่าเราปราศจากหรือไร้ลักษณะของอิสลาม แล้วจะเป็นชมรมมุสลิมได้อย่างไร เราจะต้องยึดลักษณะของอิสลามเป็นเกณฑ์ ซึ่งจะทำให้เราอยู่ในความปราโมทย์ของอัลลอฮฺตะอาลา ความเมตตาและความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ ถ้าหากการทำงานในด้านศาสนาของเราฝ่าฝืนอัลลอฮฺ แล้วอัลลอฮฺจะช่วยเราหรือ? เรา อ้างว่าเราเป็นมุสลิม แต่คนที่เข้ามาที่ชมรม กลับไม่เห็นว่าเรามีลักษณะของมุสลิมเลย มีแต่หิญาบ บางที่ก็ไม่ต่างกับชมรมของต่างศาสนิกเลย เมื่อเราแสดงตัวแล้วว่าเราเป็นชมรมมุสลิม เราก็ต้องเสนอกฎเกณฑ์ของอิสลาม อิสลามให้แยกระหว่างชายหญิง เราก็ต้องแยก กิจกรรมของมุสลิมะฮฺสามารถทำงานกันเองได้ กิจกรรมของมุสลิมีนก็สามารถทำงานกันเองได้ และมุสลิมะฮฺที่ทำงานโดยแยกจากมุสลิมีนจะประสบความสำเร็จมากกว่า ผู้หญิง ส่วนมาก (แม้กระทั่งคนต่างศาสนิก) จะมีความละอาย บางคนไม่เข้าชมรม เพราะเห็นว่าในชมรมมีผู้ชายเกเรไม่สุภาพ เข้าแล้วอึดอัด เมื่อมีการแยกอาจจะโดยการกั้นด้วยผ้าม่านก็มีความอุ่นใจ เพราะปกติผู้หญิงก็อยากอยู่กับผู้หญิง เหมือนกันผู้ชายก็อยากอยู่กับผู้ชาย ซึ่งอิสลามก็สนับสนุนในเรื่องเหล่านี้ การคุยกันทางอินเตอร์เน็ทระหว่างชายหญิง นี่ เป็นตัวอย่างปัญหาในยุคลำบาก สิ่งที่ซึมลึกเข้าไปในชีวิตของเรา โดยผลักดันให้เราต้องนิยม วัยรุ่นที่ไม่แช็ทก็ถือว่าล้าสมัย แต่ตามหลักศาสนาถูกหรือไม่ การพูดคุยระหว่างชายหญิง ศาสนาไม่ปฏิเสธ แต่ต้องมีสาเหตุ เช่นผู้ชายมีความต้องการจะพูดกับผู้หญิง ถ้าเป็นความต้องการที่เป็นประโยชน์ทางด้านศาสนามีความจำเป็น ก็พูดได้ แต่การพูดคุยโดยไร้สาระ ศาสนาไม่อนุญาตเลย และศาสนาสั่งไว้เสมอว่า ระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายจะต้องมีรั้วมีขอบเขต เพื่อป้องกันฟิตนะฮฺ เพราะฟิตนะฮฺเกิดจากการมอง การสัมผัส การพูดคุย -- อัลลอฮฺตะอาลาตรัสว่า "โอ้มุฮัมมัด จงกล่าว (จงสั่ง) ผู้ศรัทธาชายและหญิงให้ลดสายตาจากสิ่งที่ไม่อนุญาตให้มอง" ชาย คนหนึ่งมาบอกท่านนบีว่าเขาจะแต่งงาน ท่านนบีถามว่า "แล้วท่านได้มองผู้หญิงที่ท่านสู่ขอหรือยัง" เขาตอบว่ายัง ท่านนบีก็บอกว่า "จงไปขอดูนาง" -- ในการสู่ขอ (คิฏบะฮฺ) เพื่อแต่งงาน เป็นสิทธิของผู้ชายและผู้หญิงด้วยที่จะมองดูอีกฝ่าย จะขอดูใบหน้าหรือมือ ถ้าเราวิเคราะห์บทนี้ แสดงว่าเดิมมองไม่ได้ คุยก็ไม่ได้ แล้ว การจะไปพูดคุยหรือไปแช็ทกับผู้หญิงนั้น มีสาเหตุเพื่ออะไร ถ้าเพื่อเผยแผ่อิสลามหรือพูดคุยด้านศาสนา และเป็นผู้ที่มีความมั่นคงในศาสนาก็อนุญาต แต่ถ้าเป็นการพูดคุยไร้สาระ ถามเรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัว อิสลามก็ไม่อนุญาต การจัดงานแต่งงานตามแบบอิสลาม โดย ทั่วไป เจ้าสาวที่แต่งกายเรียบร้อยตามแบบมุสลิมะฮฺ และมีมะหฺรอมอยู่ร่วมกับนางด้วยก็สามารถที่จะออกมาช่วยงานได้ ท่านนบีเคยไปร่วมงานวลีมะห์นิกาหฺของเศาะฮาบะฮฺท่านหนึ่งที่บ้าน โดยมีเจ้าสาวออกมาช่วยจัดการเรื่องการเลี้ยงอาหาร แต่นางอยู่ในสภาพที่แต่งกายเรียบร้อย แต่ถ้าเป็นที่สาธารณะที่มะหฺรอมไม่สามารถจะอยู่กับผู้หญิงได้ตลอดเวลา ก็ควรจะแยกระหว่างชายหญิง ผู้ชายก็ต้อนรับแขกผู้ชาย ผู้หญิงต้อนรับแขกผู้หญิง ที่จริงอิสลามนั้นเป็นเรื่องง่าย ที่เราเห็นว่าเป็นเรื่องยาก เพราะชีวิตเราเคยชินกับสิ่งที่ไม่ใช่อิสลาม เคยชินกับวัฒนธรรมของตะวันตกหรือศาสนิกอื่น เมื่อมาเจอหลักการอิสลามที่ไม่เคยชิน จึงกลายเป็นเรื่องยากสำหรับเราไป การ แยกชายหญิงนี้ สำหรับกรณีที่ผู้หญิงไม่มีมะหฺรอมร่วมอยู่ด้วย แต่ถ้าหากนั่งร่วมกับชายอื่นโดยที่ผู้หญิงมีมะหฺรอมนั่งอยู่ด้วยก็สามารถทำ ได้ แต่ผู้หญิงต้องผู้ในสภาพที่แต่งกายเรียบร้อยและสำรวมกิริยามารยาท เรียบเรียงจากการบรรยายของ เชคริฎอ อะหมัด สมะดี, ค่ายมุสลิมะฮฺ (15-06-2545) วันที่ลงบทความ : 3 ก.ย. 50
อาทิตย์, 16 ตุลาคม 2011 | 1035 hits | พิมพ์ | PDF |  อีเมล | Report

หน้า 1 จาก 8


Powered by AlphaContent 4.0.18 © 2005-2014 - All rights reserved
Body
Background Color
Top
Background Color
Text Color
Link Color
Background Image
Bottom
Background Color
Text Color
Link Color